โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ กำลังจะกลายเป็นผู้จัดการทีมชาติโปรตุเกสคนใหม่แล้ว ภายหลังสามารถตกลงเงื่อนไขส่วนตัวได้เรียบร้อย นายใหญ่ชาวสเปนวัย 49 ปีพึ่งออกจากงานคุมทีมชาติเบลเยี่ยม ซึ่งพวกเขาผิดหวังอย่างแรงกับการตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2022 และขาหมดสัญญากับทีมชาติหลังจบทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว โดยเขารับงานคุทีมชาติเบลเยี่ยมมาตั้งแต่ปี 2016

ขณะที่ ทีมชาติโปรตุเกส ได้ตัดสินใจแยกทางกับ เฟร์นานโด ซานโต๊ส ผู้จัดการทีมที่พาทีมได้แชมป์ยูโร 2016 เช่นกัน ภายหลังทำงานด้วยกันมานานถึง 8 ปีเต็ม และทิ้งผลงานในที่สุดก็คือการเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022

ทั้งนี้ทั้งนั้นสื่อคาดว่า โรเบร์โต้ จะได้รับสัญญายาว 4 ปีสำหรับการคุมทีมลงเล่นจนกระทั่งฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย

โรเบร์โต้
มาร์ติเนซ ประกาศลาออกจากการคุมทีมชาติเบลเยียม หลังจากตกรอบฟุตบอลโลก 2022

จบเรียบร้อยแล้วกับศึกฟุตบอลโลก 2022 นัดสุดท้ายของกลุ่ม F ซึ่งกลายเป็นว่า เบลเยียม ดีกรีอันดับ 3 ในฟุตบอลโลกรอบที่แล้ว เก็บกระเป๋ากลับบ้านด้วย

ความผิดหวัง หลังทำได้แค่เสมอ โครเอเชีย 0-0 และตกรอบต่อหน้าแฟนบอลที่ดูอยู่ทั่วโลก เกมนี้ เบลเยียม มีโอกาสพังประตูมากมายโดยเฉพาะครึ่งหลังแต่กลับผลิตสกอร์ไม่ได้ ทำให้จบเพียง

อันดับ 3 ของกลุ่ม มี 4 แต้ม ตกรอบไป และถือเป็นการปิดฉากทีมนักเตะยุค “โกลเด้น เจเนอเรชั่น” ที่คว้าอันดับ 3 ในรัสเซีย 4 ปีที่แล้วไปด้วยโดยปริยาย แน่นอนว่าประเด็นที่สื่อจับตามองเป็นพิเศษคืออนาคตของ

โรแบร์โต้ กุนซือจอมเก๋าชาวสแปนิช ที่จะตัดสินใจอย่างไรหลังจบทัวร์นาเมนต์ ซึ่งในที่สุดเขาก็ได้ประกาศลาออกจากการคุม “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ในห้องแถลงข่าว

“นั่นก็คือเกมสุดท้ายของผมกับทีมชาติแล้ว ผมไม่สามารถที่จะแบกรับมันได้อีกต่อไป” โรเบร์โต้ วัย 49 ปี เปิดเผย “มันถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่ต้องยอมรับว่านั่นคือเกมสุดท้ายของผม”

อดีตนายใหญ่ของ วีแกน กล่าวเพิ่มเติมว่าเขาวางแผนที่จะรีไทร์จากการคุมทีมชาติหลังจบทัวร์นาเมนต์อยู่แล้ว ซึ่งเมื่อทีมตกรอบ เวลานั้นก็มาถึง “นั่นคือจุดสิ้นสุด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะเป็นแชมป์โลก หรือรอบแบ่งกลุ่ม มันไม่ใช่เรื่องที่เราตกรอบ เพราะตอนปี 2018 ผมมีโอกาสที่จะเลิกคุมทีมเพื่อไปรับงานสโมสร แต่ผมเลือกที่จะแสดงความรักที่มีต่อทีม ไม่ได้ลาออก และนี่ก็ถึงเวลาของการหมดสัญญากับทีม”

ทั้งนี้ มาร์ติเนซ ยังรู้สึกเสียดายที่ เบลเยียม ต้องจบเส้นทางเท่านี้หลังจากมองว่าทีมกำลังเล่นดีขึ้นเรื่อยๆ “วันนี้หากเราผ่านเข้ารอบได้ ผมคิดว่าเราจะได้เห็นเบลเยียมของจริง และน่าจะได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบลึกๆ ต่อไป เพราะหลังความพ่ายแพ้ โมร็อกโก วันนี้เรากลับมาเป็นตัวของตัวเอง เล่นกับคู่แข่งได้ดีมาก เพราะสองเกมแรกเราเล่นกันไม่เป็นตัวของตัวเองเลย”

สำหรับ โรแบร์โต้ เข้ารับงานคุมทีมชาติเบลเยียม เมื่อปี 2016 โดยผลงานที่ดีที่สุดของเขาคือพา เบลเยียม จบอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย พร้อมยกสถานะขึ้นเป็นทีมอันดับ 1 ของโลก

ทว่าผลงานหลังจากนั้นไม่สู้ดี จบที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกยูโร 2020 และมาตกรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก ที่กาตาร์ ก่อนประกาศลาออกในที่สุด

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ
มาร์ติเนซ ยังไม่ตอบคำถามคุมทีมชาติเบลเยียมต่อไปหรือไม่

โรเบร์โต้ เฮดโค้ชทีมชาติ เบลเยียม ยังไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับอนาคตการทำงานของตัวเอง หลังทีมตกรอบก่อนรองชนะเลิศของศึกยูโร 2020 โดย มาร์ติเนซ ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้เร็วเกินไป

ที่จะพูดถึงเรื่องนี้ และตนไม่ต้องการจะพูดอะไรโดยใช้ความรู้สึกเป็นหลัก สิ่งที่ตนอยากทำตอนนี้คือการมองย้อนกลับไปในทัวร์นาเมนต์ เพราะนี่เป็นเวลาของการวิเคราะห์และประเมินผล ซึ่งตนอยากบอกว่านักเตะทีมชาติเบลเยี่ยมทุกคนว่าไม่มีใครทำอะไรผิดพลาดทั้งนั้น สำหรับ โรเบร์โต้เข้ามารับงานคุมทีม เบลเยี่ยม ตั้งแต่ปี 2016 และยังมีสัญญาไปจนถึงฟุตบอลโลก 2022
เครดิตภาพ sempreinter

ประวัติ

โรเบร์โต มาร์ติเนซ มอนโตลิว เกิด 13 ก.ค. ค.ศ. 1973 เป็นผู้ฝึกสอนและอดีตผู้เล่นชาวสเปน เขาเคยเป็นนักเตะในลาลิกาหนึ่งสโมสร คือ เรอัลซาราโกซา และในพรีเมียร์ลีก

2 สโมสร คือสวอนซีซิตี และวีแกนแอทเลติก ได้เลิกเล่นฟุตบอลไปในปี 2007 แล้วหันมาทำงานผู้จัดการสโมสร โดยครั้งแรกได้ไปคุมสวอนซี ตั้งแต่ปี 2007-2009 ระหว่างปี 2009-2013 ได้คุม วีแกนแอทเลติก

ได้แชมป์ FA Cup ปี 2013 ด้วยการชนะแมนเชสเตอร์ซิตี 1-0 ในเดือนพ.ค. 2013 ได้ลาออกจากผู้จัดการวีแกนแอธแลนติก และในเดือนต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการสโมสรเอฟเวอร์ตัน แต่ผลงานของเอฟเวอร์ตันในฤดูกาล 2015–16 นั้นไม่ดี โดยเฉพาะในช่วงท้ายฤดูกาล ที่สโมสรชนะเพียงนัดเดียวเท่านั้นจาก 10 นัด ทำให้เมื่อจบฤดูกาล เอฟเวอร์ตันได้ปลดมาร์ติเนซออกจากตำแหน่ง